ค้นหาบล็อกนี้

WELCOME

สวัสดีครับทุกคน ผมสร้าง Blog นี้มาเพื่อแชร์สูตรการทำอาหาร และอาหารที่ผมลงมือทำเองครับ จะเป็นเมนูง่ายๆ ที่ทำได้เอง รูปบางรูปอาจถ่ายวิธีการทำไม่หมด หรือบางรายการอาจเขียนรายละเอียดตกๆหล่นๆ ก็ต้องขออภัยไว้ด้วยน่ะครับ ^^
สุดท้าย ผมหวังว่า Blog นี้จะสามารถช่วยให้ทุกคนกล้าทำอาหารทานกันเองน่ะครับ อย่าไปกลัว ผมหัดทำอาหารกินก็ตอนเรียนอยู่ มหาวิทยาลัยแหล่ะครับ ก็เห็นกินได้ อิอิ....ใครมีคำแนะนำเพิ่ม ก็ส่งมาได้ที่ ek.inon@gmail.com
อ่อถ้าได้ไปร้านอาหารอร่อยๆก็จะมาแชร์ให้ได้ชมกันน่ะคร๊าบบบ

By : Inon

วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ส้มตำปลาร้าเพียว (Papaya salad)

ภาพจาก http://papayathai.blogspot.com/2011/09/blog-post.html
   
     พูดถึงส้มตำแล้วเปรี้ยวปาก วันนี้ก็เลยมาแนะนำการทำส้มตำปลาร้าเพียว...ที่ใส่ปลาร้าเพียวเพราะ ไม่มีอย่างอื่นใส่เลยครับ(ปกติใส่ปูด้วย) พอดีตอนเรียน แล้วช่วงที่มีติวหนังสือกัน ผมก็จะไปที่บ้านเพื่อนหลังนี้มันจะอยู่กัน 4 คน มีคนหนึ่งมาจาก จ.อุบล มันทำส้มตำได้แซ่บมากกก ใส่แค่น้ำปลาร้า ปลาร้าก็เป็นปลาร้าขวดหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป....แหม่ พูดแล้วก็อยากไปตำกินอีก เริ่มเลยดีกว่าา อ่อ ผมไม่ได้ถ่ายรูปไว้อ่า เสียดายยย

วัตถุดิบ 
1. มะกอสด สดจริงๆเพราะเวลาจะตำกินกัน ก็ไปสอยเอาข้างบ้านครับ เจ้าของบ้านเค้าปลูกไว้ เก็บสดๆจากต้นจะดีกว่า เพราะมะระกอเนื้อจะกรอบ เคี้ยวอร่อยย
2. ปลาร้า
3. พริกแห้ง หรือพริกขี้หนู มีพริกอะไรก็ใส่อย่างนั้นแหล่ะ, มะนาว, น้ำปลา, กระเทียม, น้ำปลา, น้ำตาลปี๊ป ไม่มีก็ใช้น้ำตาลทรายเน้อ และมะขามเปียก แต่ผมไม่ใช่เพราะไม่มี
4. กุ้งแห้ง แต่ผมไม่ได้ใส่ เพราะขี้เกียจออกไปซื้อ
5. มะเขือเทศ พอดีมันเหลือค้างตู้

วิธีทำ(ใส่มั่วอ่ะ ฮ่าๆๆ)
1. ปลอกเปลือกมะระกอ สับๆๆมะกอ ออกเป็นเส้นๆ
2. นำกระเทียมสักสามสี่กลีบใส่ลงไปตำกับพริก
3. ใส่น้ำปลา(ระวังเค็ม)ไม่ต้องหนักมาก ใส่น้ำตาลปี๊ป บีบน้ำมะนาวใส่ลงไป บีบเสร็จผมใส่เปลือกไปด้วย ชอบดูดน้ำส้มที่อยู่ในเปลือก เปรี้ยวดี
4. เทน้ำปลาร้าสัก 1 ทัพพีไม่ต้องเต็ม ใส่ลงไป
5. ใส่มะเขือเทศที่หั่นแล้ว คลุกๆๆให้เข้ากัน
6. นำเส้นมะละกอมาใส่สัก 1 หยิบมือ ตำๆๆ ให้เค้ากัน เวลาตำเพื่อนบอกให้ตำข้างๆ ไม่ต้องกระแทกลงไปตรงกลางเพราะอะไรไม่รู้ แต่รู้ว่ามันอร่อย อิอิ โรยกุ้งด้วยถ้ามี
7. ตักใส่จาน พอนำส้มตำมาวางกลาง วง ติวหนังสือ แปปเดียววครับพี่น้องง หมด!!!

วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2554

กินอย่างไรไม่ให้อ้วน!!



ในยุคที่กระแสคนรักสุขภาพกำลังได้รับความสนใจจากคนทั่วโลก รวมทั้งคนไทย การกินเพื่อสุขภาพคือสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องให้ความใส่ใจ เพราะการกินไม่ใช่แค่การสนองความต้องการหรือให้อิ่มท้องเท่านั้น หากแต่ยังต้องคำนึงถึงผลที่มีต่อสุขภาพด้วย
อ.กัญชลี ทิมาภรณ์ นักโภชนาการโรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า อาหารและสุขภาพเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกัน การเกิดโรคบางชนิดก็มีสาเหตุส่วนหนึ่งจากการกินอาหารที่ไม่เหมาะสม หลายคนเคยหลงรูป รส หรือความสะดวกรวดเร็วของอาหารที่แฝงไปด้วยพิษภัยอย่างเงียบๆ เช่น ฟาสต์ฟูด อาหารสำเร็จรูป เบเกอรี่ ขนมขบเคี้ยว น้ำอัดลมฯลฯ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการกินที่ผิดและตกยุค

ทั้งนี้ ปัจจุบันคนทั่วโลกต่างให้ความสนใจและหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น จนเกิดกระแสรักสุขภาพและการกินเพื่อสุขภาพตามมา ดังนั้น จึงขอแนะนำ เคล็ดลับการกินเพื่อสุขภาพเพื่อให้นำไปใช้กัน

1.ทานอาหารเช้าเป็นประจำ เพราะมื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดและควรเป็นมื้อที่มีคุณค่าครบทั้ง หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม เพราะนอกจากจะช่วยเติมพลังให้ร่างกายและสมองแล้ว ยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดช่วยให้การเผาผลาญพลังงานดีขึ้น


2.เลือกอาหารจากธรรมชาติไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวบาร์เลย์(มอลต์) ถั่ว ข้าวสาลี (โฮลวีต) เมล็ดทานตะวัน เป็นต้น ซึ่งอาหารเหล่านี้มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นแหล่งรวมของแร่ธาตุ วิตามิน โปรตีนที่ปราศจากคอเลสเตอรอลและคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน มีสารแอนติออกซิแดนท์ ใยอาหารและปัจจัยอื่นช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังช่วยลดคอเลสเตอรอลและความดันโลหิตได้ หรืออาจเลือกอาหารที่มีส่วนผสมของธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ขนมปังโฮลวีต ซีเรียลจากมอลต์ เป็นต้น


3.เพิ่มผักผลไม้ในมื้ออาหารและทานเป็นประจำ เพื่อเพิ่มวิตามิน เกลือแร่และสารอื่นๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ช่วยนำคอเลสเตอรอลและสารก่อมะเร็งบางชนิดออกจากร่างกาย ทำให้ลดการสะสมของสารก่อมะเร็งบางชนิด และมีกากใยช่วยในการขับถ่าย ช่วยให้กระบวนการต่างๆ ในร่างกายดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4.ลดขนมขบเคี้ยวและขนมอบ ที่มีแต่ไขมัน เกลือ น้ำตาลและสารปรุงแต่งอื่นๆ ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ หากอยากทานขนมอาจหันมาทานขนมที่มีส่วนผสมของธัญพืชเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้กับขนมที่มีประโยชน์น้อย อย่างไรก็ตาม ควรทานในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น



5.กินปลา ไข่และเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน อาหารเหล่านี้เป็นแหล่งโปรตีนที่ดี ช่วยเสริมสร้างร่างกายในผู้เยาว์และซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสื่อมสลายในผู้สูงวัย เป็นส่วนประกอบของสารสร้างภูมิคุ้มกันโรคติดเชื้อ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคอ้วน ไขมันในเส้นเลือดสูง เป็นต้น


6.ดื่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแทนน้ำหวาน น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีน้ำตาลสูง การดื่มน้ำผักผลไม้ก็เป็นทางเลือกที่ดีเพราะอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามินและแร่ธาตุกว่า 50 ชนิด เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัน



7.ดื่มน้ำและนมให้เป็นนิสัย ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ แก้ว เพื่อช่วยระบบขับถ่ายและมีน้ำหล่อเลี้ยงในเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย และควรดื่มนมอย่างน้อยวันละ 
1-2 แก้ว ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ เพราะนมอุดมไปด้วยคุณค่าโภชนาการสูง ช่วยในการเจริญเติบโตของเด็กๆ ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง โดยชนิดของนม ขึ้นอยู่กับวัย หากเป็นเด็กทีกำลังเจริญเติบโตควรเป็นนมจืดธรรมดา แต่ในผู้สูงอายุควรเป็นนมพร่องมันเนยเพื่อมีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอล

การกินเพื่อสุขภาพมีหลากหลายวิธี อยู่ที่ใครจะเลือกปฏิบัติแบบใด แต่หลักง่ายๆ คือทานอาหารให้ครบหมู่ ครบทุกมื้อ แต่เลือกชนิดและปริมาณที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังต้องออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยจึงจะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง อารมณ์ที่สดใส และห่างไกลจากโรคร้ายต่างๆ อ.กัญชลี ให้คำแนะนำทิ้งท้าย




ขอขคุณข้อมูลจาก : http://women.mthai.com, www.newswit.com

Green living อุปกรณ์เครื่องใช้ในห้องครัวที่เป็น มิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Green living อุปกรณ์เครื่องใช้ในห้องครัวที่เป็น มิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งอนุรักษ์โลก และประหยัดเงินในกระเป๋า


พ่อครัวแม่ครัวทั้งหลายยครับ ตอนนี้ถ้าจะซื้อเครื่องครัวมาใช้กัน จงมองหาฉลาก EU Energy Label ซึ่งก็คือ ระดับประสิทธิภาพในการใช้พลังงานตั้งแต่ A (ใช้พลังงานอย่างประหยัดแบบ Porritt นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตัวยง) ถึง G (ใช้พลังงานอย่างฟุ่มเฟือยเหมือนพิธีกรขาซิ่ง Clarkson) องค์กร The Energy Saving Trust จะประทับตรารับรองผลิตภัณฑ์ ที่ใช้พลังงานอย่างประหยัด ส่วนเว็บไซต์ Sust It จะคำนวณค่าไฟฟ้า รายปีของผลิตภัณฑ์แต่ละตัวWWW.ENERGYSAVINGTRUST.ORG.UK, WWW.SUST-IT.NET

1. Gorenje RF603090R
พิสูจน์ให้เห็นว่าประสิทธิภาพในการใช้ พลังงานอย่างประหยัด ไม่ได้หมายความว่า จะต้องยอมสละดีไซน์ที่สวยหรู ตู้เย็น Gorenje สไตล์ย้อนยุคใบนี้จัดอยู่ใน ระดับ A++ ในด้านการประหยัดพลังงาน ออกแบบฝาประตูโค้งมนพร้อมมือจับ ขนาดใหญ่ ภายในประกอบด้วยชั้นวาง สี่ชั้นปรับระดับได้ และมีระบบทำความเย็น ที่รวดเร็วทันใจ นี่แหละตู้เย็นที่นักอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมสั่งให้ซื้อมาใช้ ฿36,750 (ประมาณ) WWW.GORENJE.CO.UK

2.  Eco Kettle 2
หน้าตาคล้ายกาต้มน้ำร้อนไฟฟ้า ธรรมดาๆ แต่แทนที่มันจะมีช่องกักเก็บ น้ำเพียงช่องเดียวเหมือนทั่วไป มันกลับมีถึงสองช่อง ช่องแรกจุน้ำได้ 1.5 ลิตร ส่วนอีกช่องจะแยกน้ำออกมาในปริมาณเท่าที่คุณต้องการจะต้ม ถ้าต้องการเติม น้ำก็เพียงกดปุ่มด้านบน ซึ่งมันจะเติม น้ำให้หนึ่งถ้วยเต็มๆ ในแต่ละครั้ง ฿1,960 (ประมาณ) WWW.ECOKETTLE.COM

3.  Siemens WM16S796

เครอื่งซักผ้าที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ  ที่สุดของ Siemens ตัวนี้ ได้ตรารับรอง ระดับ AAA ซึ่งหมายความว่ามันประหยัด ไฟมากกวา เครอื่ งซกั ผา ทวั่ ไปทไ ดต้ ราประทบั มาประดับแค่ A ตัวเดียวถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ถังซักความจุขนาด 65 ลิตรเพียงพอสำหรับ ซักเสื้อผ้าได้ถึง 8 กิโลกรัม ส่วนเทคโนโลยี VarioPerfect จะเลือกความเร็วในการ หมุนที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ฿44,100 (ประมาณ) WWW.SIEMENSHOME.CO.UK

4.  Siemens WT46W566

เครื่องปั่นผ้าแห้งไม่เป็นที่เลื่องลือด้าน การประหยัดพลังงาน แต่เครื่องรุ่นนี้ จะเปลี่ยนความรู้สึกดังกล่าว เทคโนโลยีทำความร้อน Heat pump ช่วยให้ มั่นใจ ว่าเสื้อผ้าจะแห้งอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งหมายความว่ามันใช้เวลาในการปั่น แห้งที่สั้นลงและกินไฟน้อยกว่าเครื่องปั่น ผ้าแห้งมาตรฐานระดับ A หนึ่งตัวมาก ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ฿43,100 (ประมาณ)WWW.SIEMENSHOME.CO.UK

5.  Morphy Richards Ecolectric Slow Cooker
การปรุงอาหารแบบให้ความร้อนช้าๆ เป็นการประหยัดพลังงานมากกว่าวิธีการทำอาหารส่วนใหญ่ หม้อตุ๋นไฟฟ้า ใบนี้ทำจากเซรามิกพร้อมฝาแก้ว ทนความร้อน ซึ่งนั่นหมายถึงว่าคุณจะ สูญเสียพลังงานน้อยลงถึง 44 เปอร์เซ็นต์ ฿1,700 (ประมาณ) MORPHYRICHARDS.CO.UK

ขอขอบคุณบทความจาก http://hitech.sanook.com/928016/

วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2554

แกงจึดไข่น้ำ (omelet soup)

ไข่น้ำ หรือไข่เจียวในน้ำแกง อาหารง่ายๆที่ทำได้ไม่ยากคับ
ภาพจาก http://www.showded.com/myprofile/mainblog.php?user=vinny&jnId=6237

วัตถุดิบ
1. ไข่ไก่ 2 ฟอง
2. หมูสับ
3. ซุปก้อน, กระเทียมเจียว
4. ต้นหอม ผักชี หรือผักอื่นๆ

วิธีทำน่ะ
1. นำไข่ไก่มาตีกับหมูสับเพื่อที่จะเจียวไข่ก่อน ปรุงรสนิดหน่อย ก็ทำไข่เจียวนั่นแหล่ะคับ
2. ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันนิดหน่อย นำไข่ลงไปเจียว พอไข่สุกนำมาตัดเป็นชิ้นๆสี่เหลี่ยมแล้วพักไว้

    ต่อไปวิธีทำน้ำแกง
1. ตั้งน้ำใส่ซุปก้อนลงไป ตามด้วยหมูสับปั้นเป็นก้อนๆ สัก 5-6 ก้อนแล้วแต่จะใส่ครับ รอให้เดือด
2. ปรุงรสตามใจชอบ(เหยาะน้ำปลากับซีอิ๋วดำนิดหน่อย) 
3. นำไข่เจียวที่พักไว้มาใส่ลงไปในน้ำแกง โรยหน้าด้วยผักชี ต้นหอม กระเทียมเจียว เหยาะพริกไทย โอ่วว เสร็จจแล้ววค๊าบบบ....

วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ม่าม่าต้มยำกุ้งใส่ไข่(MAMA Tomyum kung)

วันนี้ว่าจะย่างกุ้งตัวโตๆกินกัน แต่กว่าจะมื้อเย็นนี่สิ หิวจะแย่อยู่แล้ววTT^TT  เอาว่ะ.... มาม่าสักห่อ กุ้งก็มี ไข่ไก่ก็ยังเหลือ จัดไป มาม่าต้มยำกุุ้งใส่ไข่ประทังชีวิตไปก่อน ^^

วัตถุดิบ
1. มาม่าต้มยำกุ้ง 1 ห่อ(ตอนนั้นมีรสนี้พอดี ถ้ามีรสหมูสับผมก็ใช้หมูสับแหล่ะ หุหุ)
2. กุ้ง ตัวหย่ายๆๆ 1 ตัว       3. มะนาว, พริกขี้หนู, ไข่ไก่สด

วิธีทำโคตรง่าย
1. ฉีกซองมาม่า เทเส้นพร้อมเครื่องปรุงในซองลงในชาม ใส่กุ้งลงไป(แกะเปลือกออกด้วยน่ะ) ตอกไข่ไก่ใส่ตามไป ตามด้วยน้ำสะอาด
2. นำเข้าไมโครเวฟ ตั้งระดับ High ประมาณ 4 นาที 
3. นำชามออกจาก ไมโครเวฟ บีบยมะนาวนิดหน่อย ใส่พริกขี้หนู 2 เม็ด โอยยยๆๆ ขนาดพิมพ์ยังเปรี้ยวปากกก.... ^^

ต้มจับฉ่ายซี่โครงหมู (Chinese vegetable soup )

วันนี้เรามาทำ ต้มจับฉ่าย กันดีกว่าาา
เครื่องปรุงกับวัตถุดิบ
- ผักกวางตุ้ง, แครอทแล้วก็หัวไชท้าว ล้างให้สะอาด หรือจะใส่ผักอะไรอีกก็แล้วแต่จะประยุกต์ได้น่ะครับ
- กระดูกซี่โครงหมู
- กระเทียม, น้ำมันพืช
- น้ำตาล, น้ำปลา, ซีอิ๋วดำ

ขั้นตอนการทำน่ะคร๊าบบ
1.  นำกะทะตั้งไฟ ใส่น้ำมัน พอน้ำมันร้อนใส่กระเทียมลงไปเจียว
2.   เจียวกระเทียมพอเหลืองใส่กระดูกหมูลงไป ผัดให้เข้ากันพอสุก จากนั้น นำหัวไชท้าวกับเครอทใส่ลงไป

3. นำผักกวางตุ้งใส่ลงไป ผัดด้วยไฟกลางๆอ่อนๆ เดี๋ยวหมูจะไหม้ ^^(บางสูตรจะมีแบบ แยกทำส่วนผัก กับส่วนเนื้อ แต่สุตรผมรวมมิตรรไปเด่ หิวอ่ะๆ ทานได้เหมือนกัน ^^ )

4. นำน้ำสะอาดมาเทใส่ในกะทะ ใส่จนท่วมไปเลยครับ 

5. พอน้ำเดือดก็ปรุงรสด้วย น้ำตาล น้ำปลา แล้วก็ซีอิ๋วดำ ครับ ปิดฝาแล้วเคี่ยวต่อไปประมาณ 15-20 นาที หมั่นคนด้วยครับ ถ้าชอบเปื่อยมาก ก็เคี่ยวไปอีกได้ครับประมาณ 30 นาที แล้วแต่คนชอบ


6. ตักใส่ถ้วยรับประทานกันได้เลยยย จะทานกับข้าวต้ม ข้าวสวยได้หมดคร๊าบบบ....โอ๋ยย หิววว T^T


วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ผัดมะกะโรนีไก่ (Stir Fried Macaroni With Chicken)

           คราวนี้เรามาทำ ผัดซอสมะกะโรนีไก่ หรือมะกะโนีไก่ผัดซอส (จะพิมพ์ให้มันยุ่งยากทำไมนิตู--") กันเถอะคร๊าบบบบ ผมก็ได้ถ่ายตอนผัดไว้หง่ะ TT


เครื่องปรุง


- เส้นมะกะโรณี 300 กรัม(ประมาณน่ะ) กะดูพอประมาณ แล้วก็หักครึ่ง เพราะเส้นมันยาววววว
- เนยเค็ม
-ไข่ไก่
- เนื้อไก่หั่นแล้ว
- แครอทหั่นเต๋า,พริกหวานหั่นเต๋า(ผมหั่นยังไงมันก็ไม่เป็นลูกเต๋าอ่ะ --"), หัวหอมใหญ่ 1 หัว, กระเทียมซอย
- เกลือ, น้ำมันหอย, น้ำตาล, ซอสมะเขือเทศ
- อ้าวลืม ซื้อมะเขือเทศศศศศ
- สุดท้าย แปรงซักผ้า กับ Fineline.....แว๊กกก เอามาทำมายยยยยย!!! (มันติดอยู่ในรูป)

 วิธีทำน่ะจ๊ะ

1. ต้มน้ำจนเดือด ใส่เกลือเล็กน้อย นำมักกะโรนีไปต้มจนสุก จากนั้นนำออกมาสะเด็ดน้ำ พักไว้รอผัด มีคนเคยบอกว่า เส้นที่ได้ที่แล้ว ถ้านำเส้นมาเขวี้ยงใส่ข้างฝาแล้วเส้นติดข้างฝา ก็แสดงว่าใช้ได้....แต่ไม่เคยลองน่ะ

2. ตั้งน้ำมัน(ไม่ต้องเยอะเน้อ)ในกระทะบนไฟร้อนปานกลาง ใส่เนย, กระเทียมและหอมใหญ่ลงไปผัดจนเหลืองหอม จากนั้นใส่ไก่ลงไปผัดจนเกือบสุก

3. ตอกไข่ลงไปในกระทะ ตีๆไข่ให้แตก รอจนไข่เกือบสุก จึงใส่เส้นมักกะโรนี (ที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่ 1) 

4. ปรุงรสด้วย น้ำตาล, น้ำมันหอย, ซีอิ๋วขาว เกลือและซ๊อสมะเขือเทศ ผัดจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี จึงปิดไฟ

5. อ่าาาได้ทานกันซะที ตักใส่จานๆ เพื่อนๆ รออยู่!!

จาจังเมียน, จาจังหยอน (jajangmyeon:자장면) : บะหมี่ดำเกาหลี

สวัสดีคร๊าบบวันนี้ขอเสนอ อาหารยอดฮิตของเกาหลีคร๊าบบบ บะหมี่ดำ จาจังเมียน นั่นเองง ผมเคยทานแล้วแต่ไม่ยังไม่เคยลองทำ วันนี้ก็เลยลองนำสูตรมาให้เพื่อนลองกันครับ เริ่มกันเลย


ส่วนประกอบ
นำมันพืช
จุงกุกทเวนจาง(เป็นซอสถั่วดำของเกาหลีหากหาไม่ได้ก็ใช้ซีอิ๊วดำเคี่ยวกับน้ำตาลและน้ำพอเหนียวนิดๆ)
หมู(หมูสับจะอร่อยกว่า)
ต้นหอม(สับเป็นท่อน)
ขิงซอย
หัวหอมสับ ( หรือจะใส่กระเทียมด้วยก็ได้ )
 โชยุ
เหล้าจีน(เอาที่มันได้กลิ่นหอมหน่อย บรั่นดีก็ใช้ได้)
น้ำซุปกระดูกหมู

บะหมี่หรือเส้นยากิโซบะ 


วิธีทำ
ตั้งกะทะให้ร้อน ใส่น้ำมันนิดหน่อย ใส่หมู ,ต้นหอม,ขิงซอย ,หัวหอมสับ แล้วผัดให้สุก จากนั้นเติม โชยุ,จุงกุกทเวนจาง,เหล้าจีน,น้ำซุปกระดูกหมู จากนั้นก็ผัดไปเรื่อยๆใช้ไฟอ่อน แล้วเติมแป้งข้าวโพดทีละนิดๆจนรู้สึกว่าข้นตามต้องการ ชิมรสให้ออกหวานนิดๆเค็มตาม ได้กลิ่นหอมอันลงตัวของโชยุ จุงกุกทเวนจาง เนื้อหมู และ ผักที่ใส่ลงไป

ส่วนวิธีการกินก็แบ่งเส้นบะหมี่หรือเส้นยากิโซบะที่ลวกหรือต้มไว้แล้วใส่ชาม ราดน้ำซอสลงไป จากนั้น ก็ผสมให้เข้ากันแล้วรับประทานได้เลย

ขอขอบคุณ: http://koreastory.org 
Picture by Happytokorea.com